ไปญี่ปุ่นครั้งแรกต้องรู้: 30 ข้อน่ารู้ที่มือใหม่มักพลาด

เชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางที่หลายคนฝันถึงครับ ไม่ว่าจะด้วยความสวยงามของเมือง ผู้คนน่ารัก หรือบางคนชื่นชอบอนิเมะญี่ปุ่น ก็เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในการ์ตูนเลยล่ะครับ

 

แต่ข้อมูลหลายๆอย่างของการไปญี่ปุ่นครั้งแรกมักจะกระจัดกระจายกันไปครับ เพราะคนที่ไปบ่อยแล้วก็มักจะอธิบายให้รวบรัดจนมือใหม่บางคนก็ไม่เข้าใจ หรือ ตกหล่นบางอย่างไปได้


ในบทความนี้จะมาบอกถึง 30 ข้อที่ต้องรู้ก่อนไปญี่ปุ่นครับ แล้วการเที่ยวจะเหมือนถูกหวยไวเที่ยวได้สบายใจ และ มั่นใจได้มากกว่าเดิมครับ

8 ข้อสำหรับการวางแผนการเดินทาง

ลำดับ

ข้อควรรู้/ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักพลาด

คำแนะนำที่ถูกต้อง

1.

JR Pass ไม่ใช่คำตอบเสมอไป

คำนวณค่าใช้จ่ายก่อน: JR Pass คุ้มค่าก็ต่อเมื่อคุณเดินทางข้ามภูมิภาคด้วยรถไฟความเร็วสูง (ชินคันเซ็น) บ่อยครั้ง หากเที่ยวแค่เมืองเดียวหรือใช้เวลาสั้น ๆ บัตร IC Card (Suica/Pasmo) หรือ Pass ท้องถิ่นจะคุ้มกว่า

2.

ความสำคัญของบัตร IC Card

ซื้อบัตร IC Card ทันที: บัตรนี้ใช้ได้ทั้งรถไฟ รถบัส รถไฟใต้ดิน และซื้อของตามตู้กดอัตโนมัติ/ร้านสะดวกซื้อ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก

3.

รถไฟตรงเวลาจนน่าตกใจ

วางแผนให้ตรงเวลาเป๊ะ: รถไฟที่ญี่ปุ่นมาและออกตรงเวลาตามตารางวินาที หากคุณไปถึงช้าเพียง 1-2 นาที คุณอาจพลาดขบวนรถไฟไปเลย

4.

การขึ้นบันไดเลื่อนสลับฝั่ง

ยืนชิดขวาหรือซ้ายให้ถูกพื้นที่: โดยทั่วไปใน โตเกียว (Kanto) จะยืน ชิดซ้าย แต่ใน โอซาก้า (Kansai) และบางเมืองจะยืน ชิดขวา (เว้นช่องทางเดินให้คนเร่งรีบ) สังเกตป้ายหรือคนในพื้นที่เป็นหลัก

5.

การเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง

เลือกวิธีการเดินทางล่วงหน้า: สนามบินใหญ่ (เช่น นาริตะ/ฮาเนดะ) มีตัวเลือกเยอะมาก เช่น Narita Express, Skyliner, Limousine Bus หรือรถไฟธรรมดา การเลือกแบบที่เหมาะกับที่พักจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน

6.

การใช้ Google Maps ในญี่ปุ่น

เชื่อถือ Google Maps 99%: Google Maps ในญี่ปุ่นแม่นยำมากสำหรับรถไฟ บอกทั้งชานชาลา เวลา และราคา แต่ให้ตั้งชื่อสถานีเป็นภาษาญี่ปุ่น (คันจิ) เพื่อใช้เช็กกับป้ายได้ง่ายขึ้น

7.

การใช้รถแท็กซี่

แท็กซี่แพงมาก: ใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ หรือเดินทางเป็นกลุ่มเท่านั้น ค่าโดยสารเริ่มต้นสูงกว่าไทยมาก และมักไม่มีการต่อรองราคา

8.

ระยะทางในการเดิน

เผื่อเวลาเดินมากกว่าที่คาดไว้: คนญี่ปุ่นเดินเร็วและส่วนใหญ่มักคำนวณระยะทางเป็นเวลาเดินตามความเร็วของคนญี่ปุ่น ให้บวกเวลาเพิ่มจากที่ Google Maps บอกไว้

10 ข้อเรื่องมารยาท และ วัฒนธรรม

ลำดับ

ข้อควรรู้/ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักพลาด

คำแนะนำที่ถูกต้อง

9.

การให้ทิป (Tipping)

ห้ามให้ทิปเด็ดขาด: การให้ทิปถือเป็นการไม่เคารพหรือหยาบคายต่อคนญี่ปุ่น เพราะพวกเขามองว่าบริการที่ดีคือมาตรฐานอยู่แล้ว หากคุณให้ พนักงานจะรีบวิ่งตามเอาเงินมาคืน

10.

การรับประทานอาหารขณะเดิน

ห้ามเดินกินในที่สาธารณะ: เป็นมารยาทที่ไม่ดีอย่างยิ่ง หากซื้ออาหารทานเล่น (เช่น มันเผา, เครป) ให้ยืนทานบริเวณหน้าร้านหรือพื้นที่ที่จัดไว้ให้จนเสร็จ

11.

การใช้โทรศัพท์ในรถไฟ

ห้ามพูดโทรศัพท์ในรถไฟและรถบัส: ควรปิดเสียง หรือตั้งค่าเป็นสั่น และควรหลีกเลี่ยงการคุยโทรศัพท์โดยสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น

12.

การทิ้งขยะที่หาถังขยะยากมาก

พกถุงขยะส่วนตัวติดตัว: ถังขยะสาธารณะหายากมาก (ยกเว้นในร้านสะดวกซื้อหรือข้างตู้กดน้ำ) ควรพกถุงพลาสติกเล็ก ๆ สำหรับใส่ขยะของคุณเองกลับไปทิ้งที่โรงแรม

13.

การใช้ตะเกียบผิดวิธี

ห้ามปักตะเกียบลงบนข้าว หรือส่งอาหารผ่านตะเกียบ: ทั้งสองการกระทำนี้เกี่ยวข้องกับพิธีศพและถือว่าไม่เป็นมงคล

14.

การซดบะหมี่

ซดให้มีเสียงดัง (Slurping) ได้เลย: การซดเส้นบะหมี่หรือโซบะให้มีเสียงดัง เป็นการแสดงความอร่อยและการเคารพต่อเชฟ

15.

การถอดรองเท้า

สังเกตและถอดรองเท้า: ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน เรียวกัง (ที่พักแบบดั้งเดิม) วัด ศาลเจ้า หรือแม้แต่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบางแห่ง

16.

การใช้รองเท้าในห้องน้ำ

เปลี่ยนรองเท้าห้องน้ำเฉพาะทาง: ในห้องน้ำของเรียวกังหรือบางบ้าน จะมีรองเท้าแตะแยกต่างหากวางไว้ให้เปลี่ยนเพื่อเข้าห้องน้ำ และต้องไม่ลืมเปลี่ยนกลับเมื่อออกจากห้องน้ำ

17.

มารยาทในวัดและศาลเจ้า

ทำความสะอาดร่างกายและจิตใจก่อนเข้า: ปฏิบัติตามขั้นตอนการชำระล้างมือและปากที่ Temizuya (บ่อน้ำ) ก่อนเข้าศาลเจ้า และควรแต่งกายสุภาพ

18.

การถ่ายรูปบุคคลอื่น

ขออนุญาตก่อนถ่ายรูปคนแปลกหน้า: การถ่ายรูปคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการไม่เคารพความเป็นส่วนตัว

12 ข้อเรื่องที่พัก สุขภาพ และเรื่องทั่วไป

ลำดับ

ข้อควรรู้/ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักพลาด

คำแนะนำที่ถูกต้อง

19.

การจองที่พักที่มีขนาดเล็กมาก

ขนาดห้องพักเล็กกว่าที่คาด: โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ มีพื้นที่จำกัดมาก หากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ อาจไม่มีที่ให้เปิดกระเป๋าด้วยซ้ำ

20.

เรื่อง Wi-Fi และอินเทอร์เน็ต

ซื้อ Pocket WiFi หรือ SIM Card ล่วงหน้า: Wi-Fi สาธารณะยังมีจำกัด การมีอินเทอร์เน็ตใช้งานตลอดเวลาสำคัญมากสำหรับการนำทาง

21.

การใช้เงินสด (Cash is King)

แลกเงินสดไปเยอะกว่าที่คิด: แม้จะเริ่มใช้บัตรเครดิตได้มากขึ้น แต่ร้านค้าขนาดเล็ก วัด ศาลเจ้า และร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมากยังรับแค่เงินสด

22.

การใช้สายชำระ (Washlet)

ปุ่มกดซับซ้อน: เตรียมทำความคุ้นเคยกับปุ่มฟังก์ชันต่าง ๆ บนโถสุขภัณฑ์แบบญี่ปุ่น (Washlet) ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องลองกดผิดกดถูกในตอนแรก

23.

การแช่ออนเซ็น (Onsen)

ต้องเปลือยกาย 100%: ออนเซ็นแบบดั้งเดิมกำหนดให้ถอดเสื้อผ้าทั้งหมด และต้องทำความสะอาดร่างกายก่อนลงแช่เสมอ ห้ามนำผ้าขนหนูผืนใหญ่ลงแช่ในน้ำ

24.

ผู้ที่มีรอยสัก (Tattoo)

รอยสักอาจถูกปฏิเสธการเข้าออนเซ็น: ออนเซ็นส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้ผู้มีรอยสักเข้า เนื่องจากโยงกับภาพลักษณ์ยากูซ่า หากมีรอยสัก ควรหาออนเซ็นที่อนุญาต (เช่น แบบส่วนตัว/ครอบครัว)

25.

การพกพาสปอร์ต

ต้องพกพาสปอร์ตตัวจริงติดตัวตลอดเวลา: กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแสดงพาสปอร์ตเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ร้องขอ และเพื่อใช้สิทธิ์ Tax Refund (คืนภาษี) ตามร้านค้า

26.

การคืนภาษี (Tax Refund)

ทำได้ง่ายตามร้านค้าใหญ่: ร้านค้าใหญ่ ๆ จะมีเคาน์เตอร์ Tax Free คุณต้องแสดงพาสปอร์ตตัวจริง และสินค้าจะถูกบรรจุในถุงพิเศษที่ห้ามเปิดจนกว่าจะออกจากประเทศ

27.

ภาษาอังกฤษที่จำกัด

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้จำกัด: อย่าคาดหวังว่าพนักงานหรือคนทั่วไปจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง ควรใช้แอปแปลภาษา (เช่น Google Translate) เพื่อช่วยในการสื่อสาร

28.

การซื้อยาและเวชภัณฑ์

พกยาที่จำเป็นจากไทย: หากคุณใช้ยาเฉพาะตัว ควรนำไปให้เพียงพอ เพราะการซื้อยาที่ญี่ปุ่นอาจมีขั้นตอนยุ่งยาก และต้องใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น

29.

การดื่มน้ำจากก๊อก

น้ำประปาดื่มได้ (ในเกือบทุกเมือง): น้ำประปาในญี่ปุ่นมีคุณภาพสูงและดื่มได้อย่างปลอดภัย (เว้นแต่จะมีการแจ้งเตือน)

30.

การวางแผนเที่ยวให้หลวม ๆ

อย่าใส่กิจกรรมแน่นเกินไป: การเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกมักจะตื่นตาตื่นใจจนอยากไปทุกที่ แต่คุณจะใช้เวลาในการเดินทาง การหลงทาง และการเดินมากกว่าที่คาดไว้มาก ควรจัดตารางให้หลวมและยืดหยุ่นกว่าปกติ

ข้อแถม : เตรียมรองเท้าที่เดินสบายที่สุดไปสัก 2 คู่ เพราะส่วนมากแล้วประเทศญี่ปุ่นสามารถเดินทางด้วยเท้าได้เลย เพราะย่านต่างๆนั้นติดกัน แทบจะไม่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้า หรือ แท็กซี่เดินทางให้เสียเวลา และ ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยเมืองสวยๆ และ ผู้คนที่น่ารักอีกด้วย